หน้าหลัก
สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นคณะบุคคลในระบบราชการไทย มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการความมั่นคงของชาติ เป็นที่ปรึกษา เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคง รวมทั้งอำนวยการ ประสานงานให้เป็นไปตามนโยบาย ตลอดจนจัดทำแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในอนาคต
สภาความมั่นคงแห่งชาติมีสำนักเลขานุการ คือ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ประวัติ[แก้ไข]
สภาความมั่นคงแห่งชาติ เกิดขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชประสงค์ให้มีภารกิจทางด้านการทหารเพื่อการป้องกันประเทศ เป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และมีการประสานงานที่ดี จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้มีสภาเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2453 โดยมีชื่อเรียกว่า “สภาเกี่ยวกับการป้องกันพระราชอาณาจักร” โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประธานฯ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ได้มีการแก้ไขปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ และเรียกชื่อใหม่ว่า “สภาป้องกันพระราชอาณาจักร” จนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการจัดระเบียบการป้องกันราชอาณาจักรขึ้นใหม่ สภาป้องกันพระราชอาณาจักรจึงถูกยกเลิกไป ต่อมาเมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2487 ได้มีการจัดตั้ง “สภาการสงคราม” ขึ้น โดยออกเป็นพระราชบัญญัติสภาการสงคราม ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติฉบับแรกที่เกี่ยวกับสภาความมั่นคงแห่งชาติพระราชบัญญัติสภาการสงคราม พุทธศักราช ๒๔๘๗ แต่ก็ยกเลิกไป เนื่องจากได้มีการจัดตั้ง “สภาป้องกันราชอาณาจักร” ขึ้นแทน โดยออกเป็นพระราชบัญญัติสภาป้องกันราชอาณาจักร เมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2487พระราชบัญญัติสภาป้องกันราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๔๘๗
จากนั้นเมื่อ 31 มกราคม พ.ศ. 2499 ได้มีพระราชบัญญัติสภาป้องกันราชอาณาจักรออกมาใหม่ ยกเลิกพระราชบัญญัติเดิม และใช้อยู่จนกระทั่งได้มีการการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ การยกเลิกพระราชบัญญัติสภาป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2499 และประกาศใช้พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2502พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๒ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงจาก “สภาป้องกันราชอาณาจักร” เป็น “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” มาจนกระทั่งทุกวันนี้
วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งได้ยกเลิกพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยมีการปรับปรุงองค์ประกอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยได้เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาเป็นสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาอาจมีมติให้เชิญรัฐมนตรีหรือ หัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา หรือผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านความมั่นคงหรือนักวิชาการด้านความมั่นคงในเรื่องนั้น ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวฐานะสมาชิกเฉพาะกิจด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ผู้ที่ได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอน ๘๕ ก หน้า ๑ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๙
ฐานข้อมูลความมั่นคง[แก้ไข]
- ฐานข้อมูลความมั่นคงเกี่ยวกับปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง
- ฐานข้อมูลความมั่นคงด้านอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย
- ฐานข้อมูลด้านการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
- ฐานข้อมูลด้านการเข้าร่วมเป็นประชาคมอาเซียน
- ฐานข้อมูลด้านการเตรียมพร้อมแห่งชาติ
- ฐานข้อมูลด้านการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล
- ฐานข้อมูลด้านบริหารจัดการชายแดน
- ฐานข้อมูลอัตตลักษณ์บุคคล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง[แก้ไข]
- กรมการจัดหางาน
- กรมการปกครอง
- กรมการสรรพกำลังกลาโหม
- กรมเจ้าท่า
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- กรมทรัพยากรธรณี
- กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
- กรมทางหลวง
- กรมประมง
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- กรมแผนที่ทหาร
- กรมราชทัณฑ์
- กรมศุลกากร
- กรมสรรพสามิต
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- กระทรวงกลาโหม
- กระทรวงการต่างประเทศ
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- กระทรวงคมนาคม
- กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงยุติธรรม
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- กระทรวงศึกษาธิการ
- กระทรวงอุตสาหกรรม
- กองทัพอากาศ
- กองบัญชาการกองทัพไทย
- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
- การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
- ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
- สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
- สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
- สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
- สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA
- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.)
- สำนักงานอัยการสูงสุด
- สำนักนายกรัฐมนตรี